เมื่อคิดจะ...

posted on 26 Mar 2010 17:27 by kazeyama
เป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์อยู่ปี จนครบสัญญา ตอนแรกคุยกับคนที่มาด้วยกันไว้ว่าจะออกไปลุยโลกกว้างด้วยกัน สุดท้าย ถูกดัดหลัง ก็เข้าใจเหตุผลอยู่หรอกที่บอกว่าต้องใช้ตังค์เยอะ และเกิดไม่กล้าขึ้นมา แต่ณตอนนั้น ขอบอกเลยว่าเสียความรู้สึกมาก แล้วพูดออกมาทำไม สัญญากันทำไม จริงอยู่ว่าการตัดสินใจของใครของมัน แม้จะเป็นช่วงสุดท้ายก็เหอะ แต่เสียความรู้สึกอย่างแรง(ณตอนนั้นนะ) ตอนที่ไปบอกว่าจะต่อสัญญา เค้าก็ตอบมาว่าสองคนไม่ได้อยู่แล้ว ก็โอเค งั้นเราออก ทีนี้จะอยู่ที่นี่่ต่อไป โดยปราศจากทุนหนังสือพิมพ์ ต้องทำไง อย่างแรกเลย เราต้องต่อวีซ่า ประการแรก จะต่อได้ เราต้องมีโรงเรียนรับรอง(เพราะเราจะต่อวีซ่า พรีคอลเลจหรือเรียนภาษา) ทางโรงเรียนจะรับรองให้ก็ต่อเมื่อเราต้องจ่ายค่าเรียนก่อน ที่ทามากาวะ(อุ้ย หลุดชื่อ) อนุโลมให้จ่ายครึ่งนึงก่อนได้(สามแสนกว่า) ทีนี้ก็เอาเงินเก็บมารวมกับเงินประกันอีกแสนหกโปะ ๆ กันไป จ่ายเสร็จโรงเรียนก็จะดำเนินการยื่นต่อวีซ่าให้(อย่าคิดว่าโรงเรียนใจดี ก็โรงเรียนต่อให้ เค้าเก็บค่าดำเนินการแทนด้วย ค่าเซอร์วิสไง ได้จากนักเรียนประจำ มาใหม่ และที่จะจบออกไป เยอะอยู่นะ) พูดถึงเอกสารต่าง ๆ นา ๆ เราก็ก็อปปี้ บุ๊คแบงค์ พาสปอร์ต เอเลี่ยนการ์ด บัตรนักเรียน ค่าธรรมเนียม และกรอกใบยื่นคำร้องให้ครบถ้วน อันนี้แหล่ะปัญหา ทีนี้มันจะมีหน้าที่เจ้าของร้านงานพิเศษที่ทำปัจจุบัน(ในกรณีนี้คือหนังสือพิมพ์)ต้องเซนต์รับรองให้ไง ว่าทำงานตามเวลาที่กำหนดไว้ในเวิร์คเพอร์มิตจริง และเงินที่ได้มาเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต(มีการหักภาษีเงินได้ถูกต้อง)เพื่อรับรองเงินที่เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายและค่าเทอมไง กรณีนี้หากมีเงินโอนเข้าจากพ่อแม่ที่อยู่ต่างประเทศก็ง่าย แค่สลิปมาอ้างอิงก็จบ แต่กรณีกฤตมันไม่ง่าย ไม่ง่ายเพราะเจ้าของร้านไม่ยอมเซนต์ให้ โดยเค้าให้เหตุผลว่า ก็เราจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว วีซ่าจากนี้ไม่เกี่ยวกับเค้า ถ้าเค้าเซนต์ให้ หมายความว่าเราต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกปี(ซึ่งคุณมรึงก็ไม่ให้กรูอยู่ต่ออยู่แล้วนิ) เราพยายามอธิบาย(ตอนนั้น ทำความเข้าใจเอกสารมั่วอ้างเองเลย)ว่าเอามายืนยันรายได้เฟร้ย ไม่เกี่ยวกับไบต์ปีหน้า เค้าก็ไม่ยอม เราบอกให้ลงวันทำงานวันสุดท้ายกำกับ มั๊นก็ยังไม่ยอม จนเรายอมแพ้ว่า จะไปคุยกับอาจารย์ (เค้าก็ส่งสายมาคุยด้วยนะ แสดงความห่วงใย(ปัญญาอ่อน ๆ )ว่าเนี่ย เค้าเป็นห่วงไปคุยมาใหม่ ถ้าไม่ได้ ให้กลับมาคุยกับเค้า) ตอนนั้น บอกอาจารย์ไปว่า งั้นยังไม่ต้องขอเวิร์คเพอร์มิตให้ได้ไหม เอาแค่นี้ เพราะเจ้าของร้านไม่เซนต์ให้ จารย์ก็ลงไปปรึกษากัน แล้วกลับมาบอกเราอย่างที่เราเข้าใจ(เอง)ว่าเพื่อยืนยันรายได้ ไม่ใช่เพื่อขอเวิร์คเพอร์มิต ว่าค่าเทอมนี่ เอาเงินที่ไหนมาจ่าย ก็กลับไปคุยกับเค้าใหม่ พร้อมจดหมายน้อยจากอาจารย์แบบสลักลายเซนต์กำกับ(เป็นการยืนยัน) เค้าก็ยังยืนยันคำตอบเดิม จนเราหมดความอดทน คิดว่าเค้าคงไม่อยากคุยกับเรา เพราะคิดว่าเราไม่รู้เรื่ีองละมั้ง คงไม่มั่นใจ คิดว่าเราเป็นต่างด้าวไม่รู้จริง จนเราพอแล้ว พรุ่งนี้ให้จารย์คุยให้แล้วกัน ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว เพราะเล่นไม่คิดจะฟังเลย วันรุ่งขึ้นก็ต่อสายให้ เจ้่าหน้าที่บอกว่าไม่อยู่ เราก็เออ เดี๋๋ยวโทรไปใหม่ก็นัดเวลา ถึงเวลาเราก็โทรไปใหม่ เค้าเอาสายให้ภรรยาเจ้าของร้านคุย และมารยาทเสียมาก ๆ เราฟังแล้วปึ้ดเลย ตอนนั้น บอกว่า เนี่ย ยุ่งอยู่ รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ เป็นช่วงที่ยุ่งมาก ไม่อยู่ แล้วตัดสาย(หลายคนอาจคิดว่าเฉย ๆ ปกติ แต่ลองมาฟังน้ำเสียง และการตัดสายแบบไม่มีหางเสียงเนี่ย ไม่มีในมารยาทญี่ปุ่นนะ เราติดต่อกับทางญี่ปุ่นมา ทะเลาะกันแทบตายก็ไม่เคยห้วนใส่แบบนี้ คิดว่าเราเป็นแรงงานต่างด้าวแล้วพูดอย่างงี้ใส่ เสียความรู้สึกสุด ๆ) เราคุยกับอาจารย์ บอกว่าเค้าบอกว่าไม่อยู่ ราว ๆ บ่ายสองบ่ายสาม ช่วยโทรไปคุยให้หน่อยได้ไหม จารย์เค้าก็แสนดี โอเค(คือมันเลยเวลาแล้วไง เค้าจะคุยให้ ก็คือต้องอยู่ที่โรงเรียนต่อ เลยเวลางานเค้า) เรากลับไปที่ร้าน ด้วยความไม่อยากคุย เราก็เปลี่ยนเสื้อผ้า ลงมาเตรียมส่งหนังสือพิมพ์ เห็นแล้วหล่ะ ว่าเค้าอยู่ที่ร้าน เราก็แค่รอให้จารย์โทรมาคุย เพราะเราไม่มีใจจะคุยแล้ว วันนั้นหนังสือพิมพ์มาช้า ตอนจารย์โทรมาเราจึงอยูู่พอดี เค้าคุยกัน ทางเจ้าขจงร้านก็ยืนยันคำเดิม และไม่เซ็นต์ให้ บอกให้ไปออกเอกสารมาใหม่ เสร็จแล้วเค้าก็เรียกเรา เราก็บอก นั่นแหล่ะ ที่ขอน่ะ เซ็นต์และเขียนกำหนดวันออกจากงานลงไปก็จบ เค้าก็ไม่ยอม บอกจะเอาเอกสารที่โรงเรียนออกให้ แล้วบอกว่า ถ้ามีปัญหามากนัก ออกไปเลยวันที่สิบเจ็ดก็ได้(ก่อนหน้านี้เราคุยกันว่าจะออกสิ้นเดือน เพื่อเราจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าห้องฟรี ๆ ครื่งเดือนทัี้งที่ไม่ได้อยู่และได้สอนคนใหม่ที่จะมาทำแทนเรา) เราก็โอเค ให้ออกสิบเจ็ด ก็ออกสิบเจ็ดก็ได้ ไม่คุยแล้ว ไม่อยากคุย จารย์โทรเข้ามือถือ บอกขอโทษ ดูเหมือนจะสื่อกันไม่ได้(คิดดูแล้วกัน ญี่ปุ่นด้วยกันยังสือ่ไม่ได้ แล้วกระเหรี่ยงที่ไหน มันจะฟัง) เค้าจะให้คุณลูกสาวเจ้าของโรงเรียน ผู้ดูแลโปรเจกต์ทุนหนังสือพิมพ์(พูดง่าย ๆ ว่านายหน้า)โทรมาคุยพรุ่งนี้ เราก็โอเค วันสองวันนี้ นายหน้าค่อนข้างยุ่งจากการหาเด็กใหม่มาเข้าร้าน(เค้าดูแลอยู่สามสาขามั้งนะ ตอนนี้)เลยรออย่างเดียว สองสามวันผ่านไป ไม่คืบหน้า เราก็เลยไปกระตุ้น เค้าก็บอกโอเคจะคุยให้ ถัดมาอีกสองวัน เค้าก็บอกเรากับจารย์ว่าให้ออกเอกสารใหม่ แล้วคุยกับเรา ประมาณว่า กฤตจะออกก่อนเหรอ อยู่ถึงปลายเดือนสิ ตอนแทนพระคุณเค้าที่ดูแลเรามาดีตั้งปี สอนเด็กใหม่ให้เค้าก่อนซิ เราก็ตอบไป ก็ทางนั้นบอกให้ออกเองนี้ ทีนี้เอเยนต์บอกก็ตอนนั้น คุยกันเหมือนทะเลาะใช่ไหม มันเลยเป็นแบบนี้ อาจารย์เราที่อยู่ด้วยก็จิตตกทันที เพราะครูไปคุยไว้ไม่ดี กฤตเลยต้องออกก่อนเวลา ขอโทษต่าง ๆ นา ๆ เราก็บอกไป เปล่าเลย หลังจากนั้น เมื่ออารมณ์เย็นแล้ว เราคุยกันแล้ว คอนเฟิร์มกันแล้ว เค้าเป็นคนบอกเราออกตอนนั้น ตามนั้น เอเยนต์ก็เอาใหญ่ ไม่ ๆ ให้ทำสองฉบับ เอาไปยื่นทั้งสองฉบับ เซ็นต์ตัวไหนมาก็ตัวนั้น เราก็เออออไป ทำมาเหอะ กรูก็ให้เซ็นต์ตัววันที่สิบเจ็ดแหล่ะ ไม่ไหวจะทน คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก เข้าใจอย่างถ่องแท้ ตอนนั้นนี่ แม้แต่หน้ายังไม่อยากจะมอง น้ำใจไม่มีจริง ๆ แล้วปรากฏว่าเอกสารที่จารย์ทำมาให้ในวันรุ่งขี้น เค้ารับไปแล้วบอกว่า เนื้อหาแบบนี้ เซ็นต์ให้ไม่ได้ ตอนนั้นไม่แล้ว สติหลุดจริง ๆ ตอนที่เค้าเอาเอกสารเข้าไปปรึกษาภรรยา เราไม่รอแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมส่งบ่ายแล้ว ไม่รอแล้ว ไม่มีรมณ์อย่างแรง ไว้ส่งเสร็จ ค่อยคุยกันนะ ตอนนี้ไม่อยากคุยแล้ว เราทำทุกอย่างตามที่เค้าบอก คุยมาก็หลายครั้ง ยังจะมีข้ออ้างไม่ยอมเซ็นต์อีก จากนั้นเค้าเรียกเรามา เอาเอกสารไป เค้าเซ็นต์ให้ แล้วเขียนกำกับว่าเราจะเลิกวันนี้ บอกว่าที่ทำมานี่ไม่ได้ ต้องอยู่หน้าเดียวกัน เค้าก็เลยเขียนไว้หน้าเดียวกันแล้วเซ็นต์ให้ เออ ก็นี่ ที่กรูบอกให้ทำให้แต่แรกไง ถ้าเขียนให้กรูอย่างงี้ตั้งแต่แรก วีซ่ากรูคงออกไปตั้งแต่เดือนหนึ่งแล้ว นี่ปลายเดือนสามเพิ่งออก วีซ่าเราขาดกลางเดือนสามไง เลยต้องพกใบแทน แจ้งว่าต่อวีซ่าตลอดเวลา แถมสมัครงานก็ไม่ได้อีก โมโห ทีนี้มาว่ากันเรื่องการทำงานในช่วงสัปดาห์สุดท้าย เราก็ถามเจ้าหน้าที่แล้วนะ ว่าตกลงสัปดาห์สุดท้ายเราจะได้หยุดไหม เพราะเราจะไปดูโรงเรียน จะต้องสมัคร ถ้าไม่ได้หยุด เราก็จะไม่สมัครไป เค้าตอบเรามาว่า ได้ซิ ไม่ได้แลกวันหยุด ก็ได้ เราก็โอเค เสร็จแล้วหลังจากนั้นเจ้าของร้านก็มาบอกเราว่าเราไม่ได้หยุด เพราะไม่ได้ทำเต็มอาทิตย์ เค้าจะไม่ให้วันหยุด ตอนนั้น แล้วทำไมไม่บอก เราจะอยู่ให้ครบอาทิตย์ ทำไมเราต้องมาเสียสิทธิ์วันหยุดของเราด้วยอ่ะ ทั้งที่เราไม่ผิดสักหน่อย โกรธมาก เพราะแค่นี้ ก็ยังจะเอา ตอดเล็กตอดน้อยก็เอานะ เราทำจนจบวันสุดท้าย เค้าถามว่าเราจะขนของออกเมื่อไหร่ เราบอกห้าโมงเย็น(หลังส่งรอบเย็นวันที่สิบเจ็ดเสร็จ)เค้าก็บอกเราว่า งั้นมาเคลียร์เงินตอนนั้น เราขนของลงมา แล้วเข้าไปเอาเงินเดือนส่วนที่เหลือ เค้าบอกเราว่า เนี่ย เค้าแถมให้หนึ่งวัน เพราะเราทำไม่ได้หยุดหนึ่งวัน เค้าเลยคิดให้หนึ่งวัน ทั้งที่เราทำถึงวันที่สิบเจ็ด แต่เค้าคิดให้เราวันที่สิบแปดนะ(ประมาณว่าเนี่ย เป็นน้ำใจ) เหอะ นี่เงิน ที่กรูทำงานได้มา กรูควรจะได้ไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องมาพูดเอาดีหรอก ไม่รู้สึกขอบคุณสักนิด เราก็ขอบคุณตามมารยาทที่ได้รับเงินเดือน ตามเรื่องตามราวไป แค่นั้นแหล่ะ แล้วก็ออกมา ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ต้องจ่ายค่าห้องเดือนหน้าวันที่สิบสองแล้ว วีซ่ายังไม่ออกเลย จะไปต่อบัตรเอเลี่ยนการ์ดก็ไม่ได้อีก เพราะต้องรอวีซ่าก่อน ไบต์ก็ไม่ต้องคิด เพราะสมัครทำอะไรไม่ได้เลย เรียนแล้วกลับมานั่งเล่นเน็ตไปเรื่อยจนถึงเมื่อวาน วีซ่าออกแล้วหล่ะ แต่ว่านะ ต้องไปต่อเอเลี่ยนการ์ดก่อน เพราะเมื่อวานไบต์โทรมาว่า เอกสารสมบูรณ์ก่อน ค่อยโทรมาใหม่ เอกสารที่ว่าก็พวกนี้แหล่ะ มีวีในมือ แต่บัตรต่างด้าวดันขาดไง วันนี้เลยออกไปต่อมา ทำบัตรประกันสุขภาพเสร็จสรรพ และไปเปิดบัญชีรอไว้ด้วย นี่ก็ห้าโมงกว่าแล้ว ไว้จะมาเขียนเล่าต่อว่า การตระเวณโทรสมัครไบต์เป็นอย่างไร

Comment

Comment:

Tweet